วิธีการเล่นบาคาร่า

ในการเล่นบาคาร่านั้นจะใช้ไพ่ทั้งหมดอยู่ที่ 312 – 416 ใบ ในการเล่น ซึ่งแตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้เล่นบาคาร่าเองและในการเล่นบาคาร่านั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ฝ่ายคือฝ่าย player และฝ่าย bankerซึ่งสามารถเลือกได้ว่าต้องการจะวางเดิมพันให้กับฝั่ง banker หรือว่าฝั่ง player โดยมีกติกาชนะในการเดิมพันบาคาร่าอย่างง่าย ๆคือถ้าหากแต้มบนไพ่ของใครเมื่อรวมกันแล้วได้ใกล้เคียงเท่ากับ 9 แต้มมากที่สุดก็จะเป็นฝ่ายชนะในครั้งนั้น ๆ และถ้าหากใครได้เกิน 10 แต้มนั้นก็จะปัดเอาแต่เศษ อย่างเช่นถ้าได้ 17 แต้มก็จะหมายถึง 7 แต้ม

แต้มบนไพ่บาคาร่านั้น จะนับแต้มตามตัวเลขบนไพ่แต่ถ้าหากได้ ตัว a คือ 1 แต้ม และถ้าได้ j q k หมายถึง 0 หรือ 10 แต้ม ผู้ที่กำลังเล่นบาคาร่าอยู่จะได้ไพ่คนละ 2 ใบแต่ถ้าหากว่าเมื่อไพ่ที่ได้นั้นรวมกันได้แต้มน้อยกว่า 6 แต้มก็จะต้องได้ไพ่เพิ่มขึ้นอีก 1 ใบ

ในการจ่ายค่าตอบแทนของผู้ที่ชนะเกมเดิมพันบาคาร่านั้นจะแบ่งออกเป็น 2 กรณีใหญ่ ๆคือในฝั่งของฝังผู้เล่นเวลาได้ผลตอบแทนก็จะได้อย่างเต็มจำนวน แต่ถ้าหากเลือกเดิมพันให้กับทางฝั่ง banker จะถูกหักเงินรางวัลที่ได้ออก 5% ทุกครั้งที่วางเดิมพันสูง ซึ่งอัตราการจ่ายรางวัลจะแบ่งแยกย่อยออกเป็น 3 กรณี

กรณีแรกนับตามแต้มบนไพ่ของผู้เล่นทั้งสองว่าแต้มของใครใกล้เคียงกับแต้มเก้าแต้มมากที่สุดซึ่งในกรณีนี้จะจ่ายเงินรางวัลให้อยู่ในอัตราที่ 1 ต่อ 1 เท่า ตัวอย่างเช่นถ้าหากวางเงินเดิมพัน 100 บาท เวลาแทงถูกก็จะได้เงินรางวัลรวมทั้งต้นทุนเป็นมูลค่า 200 บาท

กรณีที่ 2 ถ้าหากด้านบนไพ่บาคาร่าที่ผู้เล่นทั้งสองได้นั้นเสมอกันหรือแต้มเท่ากันนั้นจะมีอัตราส่วนของเงินรางวัลที่ได้คือ 1 ต่อ 8 เท่า ตัวอย่างเช่นถ้าหากวางเงินเดิมพัน 100 บาท เวลาแทงถูกก็จะได้เงินรางวัลรวมทั้งต้นทุนเป็นมูลค่า 800 บาท

ในกรณีที่ 3 คือการเดิมพันว่าไพ่ที่ออกมาจะเป็นไพ่คู่คือไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งเจ้ามือหรือว่าไพ่ 2 ใบแรกของฝั่งผู้เล่นนั้นจะเป็นไพ่เหมือนกัน ด้วยในกรณีนี้จะได้เงินรางวัลจากการเดิมพันมากถึง 1 ต่อ 11 เท่าตัวเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่นถ้าหากวางเงินเดิมพัน 100 บาท เวลาแทงถูกก็จะได้เงินราวัลรวมทั้งต้นทุนเป็นมูลค่ามากถึง 1100 บาท

ในการเล่นบาคาร่านั้นไม่ใช่เป็นเรื่องที่ยากแต่อย่างใดแต่ถ้าอ่านวิธีการเล่นจากข้างต้นแล้วยังไม่เข้าใจก็สามารถใช้ดูประกอบการเล่นบาคาร่าจริง ๆได้ก็จะเข้าใจมากขึ้น